เมื่อรายจ่ายมีมากเกินไป

ggghคนไทยชอบใช้เงินเกินตัว อยากให้คุณลองทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายต่อเดือน เริ่มบันทึกการใช้เงินตามปกติของคุณดู น่าจะพบว่ายอดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นมันสูงมาก อาทิ ค่าตั๋วภาพยนตร์เบาะพิเศษ ค่าเครื่องดื่มหรือร้านอาหารแบรนด์ดังที่แวะบ่อยไป หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องราตรียามค่ำคืนที่ไปทุกสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญทำให้เงินในกระเป๋าของคุณหมดเร็วขึ้น หากรายจ่ายที่ไม่จำเป็นมันเยอะมาก และเกิดขึ้นติดต่อกันทุกเดือนแล้ว การวางแผนค่าใช้จ่ายต้องมา!

1. การวางแผนค่าใช้จ่ายทำได้ง่ายมาก แต่มนุษย์เงินเดือนมักมองข้ามเป็นประจำ เพราะทำงานมาเหนื่อยการตอบทุกความต้องการด้วยเงินถือเป็นเรื่องที่ดี แต่สุดท้ายปลายเดือนระวังอาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ จะตามมา

2.การวางแผนค่าใช้จ่ายเริ่มจาก บันทึกรายการชำระสินค้าราคาผ่อนต่าง ๆ ไว้ก่อน เพื่อให้เหลือรายได้สุทธิที่สามารถนำมาบริหารต่อไป จากนั้นประเมินค่าใช้จ่ายประจำวัน อาทิ ค่าโดยสาร ค่าอาหารและเครื่องดื่มโดยประมาณ มาคูณกับจำนวนวันทำงานของคุณเพื่อสรุปรายจ่ายหลัก เรื่องของค่าอาหารไม่ต้องโฟกัสว่าเป็นข้าวแกงทั่วไปหรือร้านอาหาร ให้เฉลี่ยราคากลางไว้ดีกว่า หรือตียอดสูงจากที่เคยจ่ายไป และกั้นเงินส่วนนี้ออกจากรายได้สุทธิเดิม เพื่อดูว่ามีเงินเหลือเท่าไร ซึ่งวิธีนี้ทำให้คุณทราบได้ทันทีว่า คุณควรจะนำเงินส่วนที่เหลือไปใช้อะไรได้บ้าง เช่น เที่ยว นัดรับประทานอาหารมื้อพิเศษ หรือเลือกที่จะเก็บไว้ยามฉุกเฉินต่อไป

เท่านี้เป็นการสรุปรายจ่ายคร่าว ๆ ที่คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ อาทิ ค่าโดยสารที่อะลุ้มอล่วยให้ถูกลง เครื่องดื่มอย่างกาแฟที่หาซื้อในราคาถูกลง และมีเงินเก็บได้อีกมาก หรือทางช่องทางสร้างรายได้เสริมจากอาชีพเสริมที่ต้องมีการลงทุน หรือเปิดตลาดให้ได้ แต่เวลาของคุณจะถูกลดลงไปโดยแลกกับจำนวนเงินตอบแทนที่น่าสนใจ หากคุณเลือกทำอาชีพเสริมแล้ว จะมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่คุณจะมีเวลาพักผ่อนที่ลดลงเช่นกัน เป็นการแลกที่คุ้มค่านะ เมื่อเปรียบเทียบทุกอย่าง (สิ่งที่ได้มากับสิ่งที่เสียไป) แต่ขึ้นกับความสามารถของคุณเองว่า จะแบ่งเวลาและรับผิดชอบต่ออาชีพเสริมได้มากน้อยแค่ไหน

เงินเดือนไม่พอใช้แล้ว

เงินเดือนขั้นต่ำสำหรับวุฒิป.ตรี หรือค่าแรงขั้นต่ำเพียง 300 บาทต่อวันของงานบริการหลายแห่ง เรียกว่าไม่เพียงพอกับรายจ่ายตลอดทั้งเดือนของคุณแน่นอน เพราะชีวิตของคนยุคใหม่ที่มีสมาร์ทโฟนเป็นเสมือนปัจจัยที่ห้าไม่สามารถตัดขาดออกจากชีวิตได้ เป็นแรกสูบเงินอันดับต้น ๆ ด้วยสิ่งยั่วเย้าจากการผ่อน 0% จากบัตรเครดิตของธนาคารต่าง ๆ แล้ว แม้ไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว แต่ทุกเดือนจากเงินเดือน 9,000 บาทต้องหายไปอย่างน้อย 2,000 บาทเพื่อชำระค่าสินค้าที่รับมา

สำหรับฟรีแลนซ์แล้วเงินอาจจะมากกว่าพนักงานประจำนิดหน่อย แต่ทุกอย่างอยู่ในกรอบของ “ความรับผิดชอบส่วนตัว” อย่างมาก เพราะไม่มีกฎบริษัทใด ๆ มาตีกรอบเขา มีเพียงเดธไลน์ส่งงานเท่านั้น หากทำไม่ทันก็เสียลูกค้า ถ้าทำเสร็จเร็วไปคุณภาพของงานอาจจะแย่ ทำให้เสียชื่อเสียงอีก แต่ฟรีแลนซ์สามารถทำงานได้มากกว่าพนักงานประจำตามความสามารถส่วนตัว เหล่าฟรีแลนซ์จึงมีรายได้ต่อเดือนค่อนข้างสูงกว่าพนักงานในหน้าที่เดียวกัน

สำหรับพนักงานประจำที่มีเงินไม่พอใช้ในแต่ละเดือน ต้องหาทางออกเพื่อสร้างรายได้เสริมให้มากขึ้น การเลือกอาชีพเสริมที่ไม่เบียดงานหลักเกินไป สามารถบริหารเวลานอกเหนือเวลางานได้ จัดสรรเวลาไม่ให้เบียดต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก สมมุติว่าคุณเป็นเจ้าหน้าที่บัญชีของบริษัทหนึ่ง อาจรับงานนอกเกี่ยวกับบัญชี ไม่ควรลืมว่า ต้องเจรจาเรื่องกำหนดการส่งงาน และแบ่งเวลาการทำงานไม่ให้อาชีพเสริมของคุณเบียดงานประจำ

หรือหาอาชีพเสริมใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับสายงานที่ทำอยู่ อย่างเปิดร้านขายเสื้อผ้า อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ตามแหล่งจับจ่ายใช้สอยยามเย็น หรือเปิดร้านค้าออนไลน์ขึ้นaq_1

แต่…ก่อนจะเริ่มอาชีพเสริมใด ๆ ก็ตาม คุณควรศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของอาชีพหรือธุรกิจที่จะทำ เช่น คุณจะเปิดร้านขายเสื้อผ้า ต้องเช็คความต้องการของตลาด จำนวนคู่แข่ง ราคาขาย ต้นทุน และรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ อีกมาก มิเช่นนั้นอาชีพเสริมของคุณจะกลายเป็นหนี้ที่พอกพูนได้ หรือทำให้เครดิตเกี่ยวกับหน้าที่งานการของคุณเสียได้ง่าย ๆ กว่าจะกอบกู้ขึ้นมาได้มันยากกว่าการสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จัก